I'm 的个人资料NiMM : Happy Holiday照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
|
1月26日 Her name is “Lamb’s Ears” : สมาชิกใหม่ของบ้านทรายทองขึ้นต้นมาอย่างนี้ ลองทายกันดูสักหน่อยไหมว่าคือชื่อของอะไร คน...สาดดด....หรือสิ่งของ....ติ๊กต่อก...ติ๊กต่อก..ติ๊กต่อก....มะช่ายยยซักกะอย่างเพราะว่าเธอคือชื่อของต้นไม้จ้า....
จากชื่อแล้วแปลได้ง่าย ๆ ตามนั้นเลยว่า “ต้นหูแกะ” ได้มาจากไหนน่ะเหรอ? จากแผ่นดินแม่ที่มีประชากรหลักของประเทศเป็นแกะน้านแหละจ้า แหะ ๆ ๆ ก็ต้นมันไม่สูงอ่ะแถมยังพอดีกะกระป๋องคุกกี้....ก็เลยใส่ ๆ มา...กะว่างานนี้ถ้าโดนจับขังคุกขี้แกะแลกกะตราบาปก็ยอมล่ะ (ให้มันจริงเหอะไอ่นิ่ม !! ฮิ้วววว...)
ตอนนี้เจ้า “ต้นหูแกะ” ที่มีใบบาง ๆ และมีขนนิ่ม ๆเล็กขึ้นอยู่เต็มใบเหมือนหูของแกะ (อาจจะนึกภาพยาก จริง ๆ แล้วฉันว่ามันเหมือนหูน้องแมวมากกว่าอีก...ฉันเลยตั้งชื่อให้ใหม่ว่า “ต้นหูแมว”) หลังจากที่เธอนอนแซ่วอยู่ในกระป๋องคุกกี้มา 1 วัน แล้วก็จุ่มน้ำเล่นอยู่ที่บ้านฉันอีก 3 คืน ในที่สุดเธอก็ได้มาหยั่งรากจิ๋ว ๆ ลงในดิน(ที่ขอมาจากบ้านคนอื่นอีกที) และย้ายสำมะโนครัวพร้อมทั้งชุบตัวเปลี่ยนสัญชาติมาเป็นสมาชิกของบ้านทรายทองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ครั้งแรกที่ฉันเจอเจ้าต้นหูแมวเนี่ย เธอปลูกอยู่ในสวนหน้าบ้านของแม่สามีเพื่อนที่เมืองนอกโน้นแน่ะลักษณะต้นมันก็ไม่น่าสนใจเท่าไหรหรอกนะ...แต่พอชะโงกหน้าเข้าไปดูใกล้ ๆ และลองสัมผัสดู....อุ๊แม่จ้าวดวงคะนอง....มันนิ่มมาก ๆ เหมือนหูของน้องแมว เจ้าของบ้านบอกว่าชื่อ Lamb’s Ears (แหม...ไม่ว่าจะชาติไหนก็ใจตรงกัน เพราะว่าจับดูแล้วมันเหมือนกะหูอะไรซักอย่างจริง ๆนะ) ยิ่งเค้าบอกว่าเวลาเข้าป่าไปแล้วปวดบุ๊ยบุ่ยเนี่ย เวลาเสร็จกิจเค้ากะจะใช้ใบหูแมวเนี่ยเช็ดตุ๊ดล่ะ...แหมมันก็น่าอยู่หรอก นิ่มหนาเป็นกระดาษขนาดนั้น แต่ชั้นติดใจขนาดมันนี่ดิกว้างยาวไม่เกิน 2 ตารางนิ้ว....มันไม่เล็กไปเหรอน่ะ กะรูตุ๊ดฝรั่ง ??!!?
Love At Firt Sight แต่ก็ยังเก็บไว้ในใจเพราะไม่รู้ว่าจะไปหาซื้อจากไหนและใจยังไม่ถึงพอที่จะเอากลับมาเมืองไทยโดยไม่ Declare ของที่สนามบิน แถมยังไม่พอ...ลืมชื่อเธอไปอีกตะหาก ใกล้ ๆ วันกลับ ได้มีโอกาสไปเดินเที่ยวสวนรุกชาติบ้านเค้า (เรียกซ๊า....จริง ๆ แล้วคือ Botanic Garden นี่เอง) เจอเข้าจัง ๆ รีบถ่ายรูปต้นและชื่อไว้ ลองหัดอ่านดูเพื่อจะได้จำชื่อให้ได้แต่ทว่า...ออกเสียงยากมั่ก ๆ Stachys byzentina “Silver Carpet” และนั่นก็ไม่สามารถซึมเข้าไปในสมองที่ลีบเล็กเท่าไข่ไก่ของฉันได้ ไม่เป็นไรมีรูปในกล้องแล้วไม่กลัว....พอถึงวันใกล้จะกลับ รบเร้าเพื่อนให้พาไปที่ขายกล้าไม้ให้ได้...ไปถึงสมดังใจ...อธิบายกับเพื่อนเป็นวรรคเป็นเวร(ตอนนั้นจำชื่อต้นไม้ไม่ได้เลย ทั้ง Lamb’s Ear หรือ Silver Carpet)…I’m looking for some plant that its leaf look like cat’s ears and it has little soft hair on.แม่ค้าฝรั่งหน้ามน ๆ ก็หาไปสิ....ทำท่าไม่แน่ใจว่ามีไหม ฉันนึกขึ้นได้ก็เลยเอารูปให้ดู...โอ้ว...เจอจนได้แต่เธอโทรมเหลือเกิน ฝรั่งหน้ามนแนะนำให้ไปดูอีกร้านใกล้ ๆกัน เพื่อนรักบึ่งรถพาไปอีกร้าน เหมือนทำกรรมร่วมชาติกันมาในที่สุดก็เจออยู่หลายกระถางเลือกต้นที่หน้าตาทรหดที่สุดมาได้ 1 กระถาง (จ่ายเงินไปต้นละประมาณ 6$ = 150 บาท) หน้าสราญหิ้วกลับมาบ้าน ล้างรากแล้วก็เริ่มแผนการชั่วโดยไม่กลัวคุกขี้แกะที่ค้ำคออยู่
และในที่สุดเธอก็ผ่านด่านมาถึงเมืองไทยได้อย่างหวุดหวิด ฉันแยกต้นหูแมวออกเป็น 3 กอเล็ก ๆ ตั้งชื่อเรียบร้อยว่า...พี่หญิงใหญ่,พจมานและพจนี(ซึ่งพจนีแอบมีชายน้อยใบง่อย ๆ เป็นติ่งเล็ก ๆ ที่ไม่รู้ว่าจะหมู่หรือจ่าติดมาด้วย) วันเวลาผ่านไป 10 กว่าวันหลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่ในรั้วบ้านทรายทอง ใบเธอก็ทยอยเน่าตั้งแต่ลงดินวันละ 3-4 ใบ จนเหลือแต่ยอด (จ๊ากกกก...) ชั้นได้แต่ทำใจกล้าปลอบตัวเองไปว่ามันกำลังปรับตัวและได้แต่เล็มใบเน่าทิ้งไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็สังเกตเห็นว่ามียอดอ่อน ๆ ขนปุย ๆ แทงออกมาจากโคนต้น...ว๊าว...ดีใจ๊...ดีใจ วันนี้ฉันเอาเธอวางหลบแดดไว้ แต่คิดว่าอีก 2-3 วันจะลองเอามาอาบแดดยามบ่ายดูซะหน่อยเพราะเธอชอบแดดแรงและน้ำไม่มาก...ดีใจจัง อย่างนี้อยู่เมืองไทยได้ซำบายเร้ยยย แล้วจะเอารูปมาลงให้ดูเรื่อย ๆนะจ๊ะ 1月24日 Little Big Thing in Ur Head : เมื่อเพื่อนฉันถามว่า...แกทำได้จริงเหรอ?เพื่อนฉันคนหนึ่งตะโกนผ่านตัวหนังสือทะลุผ่าน MSN มาว่า “จริงเหรอ เข้ากะหน้าแกมาก ๆ” เพียงแค่ฉันบอกเค้าว่าฉันกำลังพยายามเปิดเวปไซต์หาไหมพรมยี่ห้อหนึ่งที่พึ่งซื้อกลับมาจากเมืองนอกแล้วคิดว่าต้องการเพิ่มเติมซัก 2-3 ก้อน เพื่อเอามาถักเป็นปลอกหมอนอิงและผ้าพันคอ นั้นไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันเคยเจอประโยคแบบนั้น ถึงแม้ว่าฉันป่าวประกาศกับใคร ๆ ว่า “ฉันทำเป็น..จริง ๆ นะ...ฉันทำเป็น”
เรื่องมันเริ่มขึ้นตั้งแต่ฉันตัดสินใจเดินเข้าไปเลือกไหมพรมในห้างหนึ่งที่เมืองนอก ฉันรู้ว่าทุกคนต้องแปลกใจเพราะว่ามันช่างเป็นกิจกรรมที่ตรงกันข้ามกับบุคลิกของฉันแบบสุด ๆ คนที่ไปซื้อด้วยบอกว่า ไม่ต้องเลือกหรอก ซื้อไปหมดถุงนั่นแหละ (ถุงนึงมี 12 ก้อน) เพราะยังไงหมดถุงนั่นก็ต้องได้ผ้าพันคอซักผืนแหละ เผื่อไหมมันพันกันเป็นปมก็พอดี 12 ก้อนนั่นแหละได้แน่ ๆ ผ้าพันคอ 1 ผืน แหม...อยากปีนขึ้นไปยืนบนกระบะที่เค้าวางไหมพรมแล้วกระโดดถีบยอดอกไอ้คนพูดเสียจริง ๆ หนักไปกว่านั้นเมื่อน้องคนหนึ่งเดินมาคุยงานที่โต๊ะแล้วเห็นหน้าต่างของเวปไซต์ที่จั่วหัวว่า “How to Knit” เปิดหราอยู่...น้องบอกว่า “โหว...พี่นิ่มถักผ้าพันคอให้ผืนนึงด้วยนะ” ดู๊...ดูมันพูดเข้า...อยากโดนเตะปากแตกซะละ....ฮึ่ม !
แต่ยังไงก็เหอะวันนี้สิ่งที่ฉันตั้งใจไว้ก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาล่ะ...เย้ ๆ ๆ ...ปลอกหมอนอิงขนฟูนุ่ม(ฉันแอบเอามากอดอยู่เรื่อย ๆ ตั้งแต่ยังทำไม่เสร็จอ่ะ อยากหนุนเต็มทนละ) ชั้นอยากเห็นมันเต็ม ๆ ตาเสียที ตอนถัก ๆ มันก็ขด ๆ อยู่ในไม้ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วมันกว้างยาวเท่าไหร่ ก็เทียบ ๆ เอาจากหมอนจริงที่มี แต่สีสันเนี่ย...เข้ากับ Spring-Summer ทีเดียวเชียวล่ะ
อดใจรอแทบไม่ไหวกว่าจะถักปิดแนวสุดท้ายได้สำเร็จ โอ้วโหววววว....อยากให้เพื่อน ๆ เห็นจริง ๆ ว่ะ ทำไมมันยาวเป็นเมตรหว่า ??!?!?? เอามาพันรอบหมอนได้ประมาณ 3 รอบครึ่งอ่ะ....กว้างประมาณ 10 นิ้ว... เอ....??!!??!? ลองพันไปพันมา พันมาพันไป....มันม๊ายยด๊ายอ่ะ...เพ่งพินิจอยู่เป็นนาน...ไม่ได้การละยาวแบบนี้แถวบ้านเรียกผ้าพันคอว่ะตกลงก็เลยได้ผ้าพันคอฟูนุ่มมา 1 ผืนแบบฟลุ๊ก ๆ ดีใจได้ไม่นาน...นึกขึ้นมาได้ว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีปลอกหมอนอิ่งอันใหม่ก่อนที่จะแขกมาพักที่ห้อง(ซึ่งก็เหลือเวลาอีกแค่ 2 วัน...จ๊ากกก!!) หมอนอิงใบเก่าเนี่ยเน่าซ๊ะ....ถ้าปล่อยให้อวดโฉมแขกที่มาพักด้วยเนี่ย...ก็มีขายขี้หน้าหรือไม่ก็โดนล้อจนลูกแก่เป็นแน่ดีใจได้ไม่นาน รีบคว้าไหมพรมใจใหม่ขึ้นมาถัก คราวนี้กะระยะความยาวได้ถูกต้องสวยงาม...แต่ว่า...ไหมพรมที่มีอยู่ 2 ก้อนเนี่ยมันจะพอไหมหว่า...อันนี้ต้องรอลุ้นอีกละ....ก็ถ้าไม่พอ ผ้าพันคอที่ได้มาฟลุ๊ก ๆ หน้ากว้างจะหดลงไปเหลือซัก 7-8 นิ้วก็คง...ไม่เป็นไรหรอกเนอะ....
นิ่มน้อย ๆ |
|
|