I'm 的个人资料NiMM : Happy Holiday照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
|
3月26日 เขาบอกว่า You are what you eatปีใหม่ที่ผ่านมาตั้งใจหนักแน่นไว้ว่าจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการเสพอาหารโดยเลือกเสพเฉพาะสิ่งที่เป็นประโยชน์กับร่างกายและงดเนื้อสัตว์ทุกประการ(เพราะร่างกายฉันมีก้อนเนื้อประหลาดที่เข้าคิวผ่าตัวอยู่เรื่อย ๆ )ด้วยเหตุนี้ฉันจึงอยากปรับเปลี่ยนวิธีการทานอาหารของฉันด้วยการงดเนื้อสัตว์แบบค่อยเป็นค่อยไป...
ฉันเริ่มต้นด้วยการจดทุกสิ่งที่ทานไปในแต่ละวันแต่ละมื้อ นอกจากมันจะช่วยให้เรามองเห็นว่าเราทานอะไรเข้าไปบ้างในแต่แล้ว มันยังทำให้เรามองเห็นว่า วันหนึ่ง ๆ เราจ่ายเงินไปกันเรื่องการกินอาหารแบบสมน้ำสมเนื้อไหม... ระหว่างบุฟเฟ่เนื้อย่างเกรด A ของร้านอากิโยชิในราคาเหมาจ่าย 400 บาทกับคะน้าน้ำมันหอยร้านบุญตงเกียรติที่ซอยทองหล่อจานละ 80 บาท...ฉันเป็นคนที่เลือกทาน... “เลือก” ที่ว่า...หมายถึงเลือกร้านที่อร่อย...เพราะฉันไม่ใช่คนที่ทำอาหารทานเอง เมื่อทุกอย่างยืนอยู่บนพื้นฐานของความอร่อย แน่นอนว่าอาหารการกินบางมื้อของฉันมันก็จะมีราคาแพงกว่าปกติ และบางมื้อก็อาจจะเป็นราคาตลาดนัด...ของอร่อย ๆ บางอย่างไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไปแต่ของที่มีคุณภาพดี...นั้นมีราคาแน่นอน...
กลับมาที่เรื่องการ record ทุกสิ่งที่ทานไป...ฉันไม่รู้ว่าคนอื่นจะรู้สึกไหมเมื่อกลับมาอ่านทบทวนและแยกประเภทสารอาหารที่ทานเข้าไป...มันน่ากลัวจริง ๆ แค่คิดถึงน้ำหนักของสิ่งที่ทานเข้าไปในแต่ละมื้อกับที่ถ่ายออกมาในแต่ละครั้ง จะเห็นถึงส่วนต่างของน้ำหนักเป็นกิโลกรัม อย่างน้อย ๆ ฉันก็ไม่เชื่อว่าสิ่งที่ตกค้างอยู่ในตัวเราทั้งหมดคือสารอาหาร ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้ามันต้องมีอะไรค้างอยู่ในลำไส้หรือในกระแสเลือดแล้ว...ฉันขอให้เป็นสิ่งที่อันตรายน้อยที่สุด เท่านั้นเองในคิดได้อย่างนั้นฉันจึงขอเลือกทานแบบสมดุลซะหน่อยละกัน
“สมดุลย์” ที่ว่า ฉันมองแค่ว่าถ้าวันนี้ทานอะไรที่ทรมานร่างกายมากไปไหม เช่นมื้อเช้าทานนมกะกล้วย กลางวันทานข้าวไข่เจียว ตกเย็นทานก๋วยเตี๋ยวเนื้อ...เมนูประจำวันนี้ฉันมองว่า...ร่างกายทำงานหนักเกินไปสำหรับการย่อยอาหารประเภทเนื้อและแป้ง.... กลับบ้านฉันต้องทาน Anti-Oxidant เพื่อช่วยในการขับของเสียที่ตกค้างจากการเผาผลาญของร่างกาย และวันต่อมาฉันก็ทานอาหารประเภทย่อยง่ายขึ้นและหลีกเลี่ยงแป้งในมื้ออาหารหลังเวลา 3 ทุ่ม
สาร “Anti-Oxidant” คืออะไร ? มองภาพแบบง่าย ๆก็คือ เหมือนเราเผากิ่งไม้สิ่งที่หลงเหลืออยู่คือเศษเถ้าถ่าน ซึ่งถ้าเทียบกับร่างกายก็คือเมื่อทานอาหารเข้าไปร่างกายก็จะทำการเผาผลาญอาหารเหล่านั้น และสิ่งที่เหลืออยู่คือสารก่อมะเร็ง การทาน Anti-Oxidant คือการส่งตัวทำลายสารก่อมะเร็งเข้าไปทำให้ภายในร่างกายของเราสะอาดขึ้นนั่นเอง เมื่อระบบต่าง ๆ สะอาดการทำงานของร่างกายก็จะเป็นไปได้โดยราบรื่น...ทุกอย่างจะส่งผลสู่ภายนอก...ไม่ต้องแปลกใจที่ทำไมคนที่เที่ยวดึก ดื่มหนักและสูบบุหรี่ จะดูร่างกายทรุดโทรมกว่าคนที่เลือกทานอาหารแบบชีวจิต วันนี้ฉันอยากแนะนำเมนูสุภาพแบบง่าย ๆ ที่ฉันใช้ทานเป็นมื้อแรกของทุกวัน เพื่อระบบขับถ่ายที่ดีเพื่อสุขภาพที่ดีในทุก วัน
เมนูแรก : โยเกิร์ตสุขภาพ เมนูนี้...ฉันเจอมาแบบลักไก่สุด ๆ เมื่อฉันไปแอบยืนอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่วางอยู่ในช่อง Best Saller จำชื่อไม่ได้ และหน้าตาเป็นวิชาการมากกวาดตามองอย่างรวดเร็วพบว่าคนอย่างฉันอ่านแล้วคงไม่เข้าใจแน่ ๆ
- โยเกิร์ต ครึ่งถ้วย - มะนาว 1 ลูก - นมสดรสจืด 1 แก้ว - น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา(หรือแล้วแต่ชอบ)
วิธีทำ : บีบมะนาว 1 ลูกใส่โยเกิร์ตครึ่งถ้วย คน ๆ ๆ ให้เข้ากันทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที(นั่นหมายถึงว่าตื่นขึ้นมาแล้วทำไว้เลยแล้วก็หนีไปอาบน้ำได้สบาย ๆ )มะนาวจะทำปฏิกิริยากับแบคทีเรียที่มีอยู่ในนมโยเกิร์ต โดยการกระตุ้นให้มันฟื้นคืนชีพจากการหลับใหล และเพิ่มจำนวนประชากรแบคทีเรียในแก้วให้มากขึ้นเพราะเปรี้ยวเจอเปรี้ยวก็เปรี้ยวซ่าไปกันใหญ่ อาบน้ำเสร็จกลับมาก็เติมนมไปให้พอดีแก้วที่เตรียมไว้ ส่วนน้ำผึ้งพอใจเท่าไหร่ก็ใส่ไปให้อร่อยเหาะ แต่ขอแนะนำแค่ 2-3 ช้อนชา เพราะว่ารสชาติจะบาดคอเกิน...คน ๆ ๆ ๆให้เข้ากันสีจะออกครีมนวล ๆ ได้ที่แล้วซด...สดชื่นสุดจะบรรยาย
ประโยชน์คือช่วยชะล้างของเสียที่ตกค้างในสำใส้ที่นอนแน่นิ่งมาทั้งคืน...เมนูนี้แนะนำให้ทานตอนหลังจากตื่นนอนก่อนทานอะไร เพราะมันจะทำให้ระบบขับถ่ายดีนักแลและเพิ่มแบคทีเรียชนิดดีให้กันลำไส้ อะไรเขามาก็สู้ไม่ถอย แถมเจ้าโยเกิร์ตนี้มีประโยชน์เหลือคณา เวลาสาว ๆ อารมณ์หงุดหงิดจากช่วงใกล้มีรอบเดือน เค้าบอกกันว่าทานโยเกิร์ตแล้วจะช่วยได้ ฉันไม่รู้หรอกว่าเพราะอะไร เค้าเขียนไว้แต่ไม่ได้จำ...ฉันลองทำดู ทานเมนูนี้ทุกเช้า เออช่วยได้แฮะ...
ฉันเริ่มทานเมนูนี้มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว...มีโอกาสไปเจอเมนูนี้เป็นสูตรอาหารสุขภาพบนกระดานในวัดไทยที่นิวซีแลนด์...อื้ม..ของเค้าดีจริง ๆ แฮะถึงได้บินไปแปะอยู่บนกระดานถึงที่โน้น เค้าบอกว่าทานเช้า ๆ จะดี แต่ถ้ายิ่งบ่าย ๆ ทานเข้าไปจะยิ่งทำให้อ้วน ไม่รู้เพราะอะไร...ฉันก็หูเบาเชื่อเขาซะด้วยสิ 3月16日 โลกกลมๆ
ใครๆ ต่างก็รู้จักคำนี้ผ่านความบังเอิญที่ได้รู้จักใครสักคนหนึ่งที่รู้จักกับคนใกล้ตัว ส่วนมากที่ฉันเจอมันจะเป็นเรื่องเพื่อนของฉันรู้จักกับเพื่อนของฉันอีกคนหนึ่ง มันทำให้อดรีนาลีนทำงานทุกครั้งที่ได้เจอกับความรู้สึกนั้น แต่เมื่อ 8 ปีที่แล้วฉันตื่นเต้นกันโลกแสนกลมใบนี้มากกว่าครั้งอื่น ๆ และไม่มีครั้งไหนตื่นเต้นฝังใจได้เท่านี้มาก่อน...มันเป็นเรื่องโลกกลม ๆ ของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง...ที่ฉันเองแทบจะไม่เชื่อในสิ่งทีได้ยิน ทุกครั้งที่เราเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ เวลาของครอบครัวฉันจะต้องมาหยุดลงที่อัลบัมรูปเก่า ๆ สมัยพี่พ่อยังเปรี้ยวแซ่บและแม่ยังเปิ๊ดสะก๊าดสุด ๆ ทำให้ฉันมองเห็นภาพผู้ชายสุดเฮี้ยวที่ควบมอร์เตอร์ไซค์ไอ้มดแดงคันเก่งซิ่งไปทางโน้นทีทางนี้ที และภาพของลูกสาวผู้พันเนื้อหอมที่ใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนประจำฝั่งพระนคร แม่ของฉันในวันนั้นสวยซิ่งซ่ากว่าฉันในวันนี้หลายเท่าชนิดที่ว่าฉันยอมยกธงขาวให้แม่วิ่งซิ่งแซงไปได้สบาย ๆ เลย มันเป็นเรื่องราวของเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ตอนที่พ่อของฉันยังไม่ใช่พระเอกของเรื่อง ฟ้าประทานความเก๋เสียงหวานมาให้แม่(ที่หาไม่ได้ในฉันแม้แต่น้อย) ไม่ใช่เรื่องแปลกที่แม่จะเป็นที่หมายปองของหนุ่มน้อยใหญ่เพราะเสียงหวาน ๆ ช่างเหมาะเจาะที่แม่เลือกทำงานที่ชุมสายโทรศัพท์แพร่ ซึ่งในตอนนั้นการที่จะต้องโทร.ทางไกลข้ามจังหวัดจะต้องมาเข้าคิวโทร.กันที่ชุมสายโทรศัพท์ โดยจะมีพนักงานเสียงหวาน ๆ เป็นคนเสียบสายต่อเชื่อมสัญญาณไปยังปลายทาง ซึ่งแน่นอน ตำแหน่งนั้นก็ตกเป็นของแม่ฉัน “ต่อสายไปอุตรดิตถ์ครับ”ชายหนุ่มคมเข้มรูปร่างสูงใหญ่ผิวสีดำแดงบอกกับพนักงาน Operator เขาเป็นลูกค้าประจำของที่นี่เนื่องจากอาชีพรับราชการกระทรวงเกษตรของเขาทำให้ต้องมีการติดต่อข้ามจังหวัดอยู่เนือง ๆ จนกระทั้งวันหนึ่งเค้าถามว่า “ทำไมคุณต่อสายให้ผมช้าจังนะ ? ” พนักงาน Operator ได้แต่ยิ้ม...แล้วค่อย ๆ ต่อสายให้ชายหนุ่มเหมือนไม่ได้ยินอะไร... เรื่องสวยงามเช่นนี้เกิดขึ้นนานเท่าไหร่ฉันไม่เคยถามแม่ แม่ได้แต่บอกฉันว่าชายหนุ่มคนนั้นเดินทางบ่อยไม่ค่อยได้เจอกัน ทุกครั้งที่เขาเดินทางกลับมาถึงบ้าน เขาจะส่งโทรเลขมาหาแม่ฉันเป็นคำพูดสั้น ๆ ที่เขียนว่า “เชนคำแบ๊ก” ฉันมองว่านั่นคงมีความหมายมากกว่าการที่บอกเพียงแค่ว่าเขากลับมาแล้ว... มันเป็นเรื่องราวน่ารัก ๆ ที่ได้ยินเมื่อไหร่ก็ยิ้มทุกครั้ง ยิ่งพอได้ดูรูปเก่า ๆ แล้วเห็นแม่อยู่หน้าเครื่องมือที่ใช้ต่อโทรศัพท์ทางไกล ฉันก็อดที่จะนึกถึงภาพชายหนุ่มกับพนักงาน Operator ไม่ได้ ช่วงเวลาหอมหวานสั้น ๆ นั้นยังอยู่ในความทรงจำของแม่ฉันตลอดมา ภาพสวยงามเหล่านั้นถูกเล่าผ่านเสียงหวาน ๆและรอยยิ้มของแม่ ที่ฉันนึกย้อนไปกี่ที ๆ ก็เห็นแม่ยิ้มแบบมีความสุขทุกครั้งที่เล่า เมื่อ 8 ปีที่แล้ว จุดเริ่มต้นของเรื่องราวน่ารัก ๆ บนโลกกลม ๆ ใบนี้ของชายหนุ่มและสาว Operator ก็ถูกทำให้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อฉันยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้แม่ดูแล้วถามแม่ว่า “สวยไหมแม่ นิ่มทำเอง” ฉันส่งสูจิบัตรงานขยับปีก “รัก”ให้แม่ดู กิจกรรมใหญ่ประจำปีที่ชาวสื่อสารมวลชน มช. ทุกคนมีส่วนร่วม แม่พลิกกระดาษสีชมพูแผ่นนั้นไปมา ฉันไม่คิดที่จะอธิบายว่าใครเป็นใครให้มาฟังเพราะว่าในกระดาษแผ่นนั้นมีแต่ชื่อและนามสกุลจริงของเพื่อน ๆ เต็มไปหมด ฉันได้แต่พยายามหาชื่อของตัวเองให้แม่ดูด้วยความตื่นเต้นเพราะนั่นคือการตีพิมพ์ชื่อของฉันครั้งแรก แม่กวาดสายตามองไปทั่ว เพื่อให้สมกับความตื่นเต้นของลูกสาว เหนือชื่อฝ่าย ศิลปกรรมที่มีชื่อของฉันเป็นรายชื่อของทีม Back Stageแล้วแม่ก็หยุดอยู่ที่ชื่อหนึ่งแล้วพูดเบา ๆ ว่า “คะนองเดชาชาติ...ลูกสาวคุณเกรียงไกรเหรอเนี่ย....” และวินาทีนั้นเอง ฉันก็คิดถึงหน้าลูกสาวคุณเกรียงไกรขึ้นมาแล้วก็คิดในใจว่า “ไอ่ทราย...พ่อแกกะแม่ฉัน...ไปรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่” ฉันไม่รู้หรอกว่าพ่อของทรายฉันชื่อคุณเกรียงไกรรึเปล่า ฉันพยายามอธิบายว่าพ่อของทรายทำงานอะไรฉันพยายามปะติดปะต่อเรื่องอย่างตื่นเต้น ฉันแทบอดใจไม่ไหวอยากเล่าให้เพื่อนทรายฟังตั้งแต่วินาทีนั้น แต่ทว่านั่นคือช่วงเวลาปิดเทอม 1 และอุปกรณ์สื่อสารยอดนิยมในยุคนั้นคือเพจเจอร์ เวลาใน 8 ปีที่แล้วมันเดินช้ากว่าในวันนี้มาก...แต่ฉันก็อดใจรอเวลาเปิดเทอม 2 พาตัวเองกลับไปถึงเชียงใหม่ พรั่งพรูเล่าเรื่องโลกกลม ๆ ของข้าราชการหนุ่มกระทรวงเกษตรและสาว Operator ให้ทรายฟัง นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เรื่องน่ารัก ๆ นี้ก็ทำให้ฉันมักนึกตลก ๆ อยู่เรื่อยว่า ถ้าวันนั้นพ่อทรายกะแม่ฉันเกิดรักกันขึ้นมาจริง ๆ แล้วในวันนี้จะมีทรายกะนิ่มไหมหนอ หรือว่า...คุณนายจี๊ดแม่ทรายเป็นมือที่ 3 ทำให้ทั้ง 2 ต้องแยกทางกัน หรือว่า แม่ฉันเป็นกิ๊กกะคุณเกรียงไกรหว่า....ไม่รู้แฮะ ฉันปล่อยให้เรื่องราวมันลอยอยู่ในอากาศ และมีไว้ยิ้มทุกครั้งที่คิดถึง...จริงไหมทราย |
|
|