I'm 的个人资料NiMM : Happy Holiday照片日志列表更多 工具 帮助

日志


4月8日

ชีวิตสุดประหยัด

บทสนทนาบนโต๊ะอาหารมื้อกลางวันวันนี้...ทำให้ฉันแทบจะกลืนข้าวไม่ลงเมื่อมีคนพูดว่า  ปลายปีนี้อาจจะมีสงครามกลางกรุงเกิดขึ้นอีกรอบ...ฉันนั่งนึกถึงภาพความหายนะที่จะเกิดกับสภาพเศรษฐกิจบ้านเรา...และไม่ต้องนึกเลยว่าชีวิตของเราจะเป็นอย่างไร

 

ฉันพยายามคิดทบทวนและเตรียมชีวิตไว้เพื่อรับมือกับสภาพเศรษฐกิจอันเลวร้ายที่จะมาถึง  ฉันคิดแค่ว่าการพยายามเก็บหอมรอมริบไว้ตั้งแต่วันนี้น่าจะเป็นการดี  เพราะอย่างน้อยก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเงินคือสิ่งสำคัญที่เป็นตัวขับเคลื่อนชีวิตของโลกปัจจุบัน  คำถามแรกที่เกิดขึ้นกับฉันคือ  ฉันจะเดินกอดคอไปกับการ รัดเข็มขัด เฉกเช่นเพื่อนสนิทได้ไหมเนี่ย...มันก็ต้องลองดูกันสักตั้ง

 

ฉันลุกขึ้นมาบอกตัวเองว่า   มันต้องทำได้สิ...ในวันที่ทั้งเดือนเราเหลือเงินแค่หยิบมือตั้งแต่ต้นเดือน...เราก็ยังฝ่าฟันพาชีวิตรอดมาจนถึงสิ้นเดือนได้โดยไม่อดตาย  มันไม่น่าจะยากถ้าเราจะใช้เงินตามข้อแม้นั้นได้ในเดือนอื่น ๆ หรือจะลองคิดดูว่าจะต้องเก็บเงินเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมดดู   หรือจะไปลองเปิดบัญชีฝากประจำไว้  ก็น่าสนใจดี  ฉันคิดว่าฉันคงเป็นโรคเดียวกับคนส่วนมาก  นั่นคือมีเท่าไหร่ใช้เท่านั้น...แปลว่ามีเท่าไหร่ก็ใช้หมด  ฮ่า ๆ ๆ...วิธีการแก้นิสัยเสียของฉันก็คือการต้องเอาเงินไปไว้ในที่ ๆ ยากที่จะหยิบออกมาใช้  โดยปกติที่ฉันทำก็คือการไปเปิดบัญชีที่ไม่มี ATM   ซึ่งมันก็เข้าทางสำหรับการไปเปิดบัญชีฝากประจำ...น่าจะเป็นเรื่องที่ดี   แต่สำหรับบางคนที่ต้องจัดการกับหนี้สินที่พะรุงพะรังแล้วล่ะก็...แบ่งจ่ายซะให้เรียบร้อยแต่อย่าลืมว่าก็ควรจะต้องแบ่งเงินเก็บไว้ด้วยเหมือนกันมันอาจจะเป็นสัดส่วนที่น้อยลง  แต่ก็ดีกว่าที่ไม่แบ่งเก็บใช่มั๊ยล่ะ

 

ชีวิตแสนลำเค็ญเมื่อต้องฝ่าฟันเศรษฐกิจกันแสนวิกฤติที่สวนทางกับวัตถุนิยม...ไม่ยาก.....ถ้าครั่นเนื้อครั้นตัวมากอยากจะ shopping ขึ้นมาแล้วล่ะก็...ซื้อซะ...ซักอย่างที่อยากได้แต่ว่าต้องดูจังหวะของการซื้อ  ถ้าเป็นในห้างแล้วล่ะก็เล็งวันที่ให้ดี ๆ ว่ามันจะ sale วันไหนก็ค่อยไปลุยวันนั้น...ใครมีหนุ่มไปกะหนุ่มใครมีสาวไปกะสาวแต่อย่าเผลอใจไปกะขา shopping ด้วยกันล่ะเพราะเดี๋ยวจะฉุดไม่อยู่  สาวๆหลาย  ๆ คนคงมีประสบการณ์แล้วล่ะว่าทำไมเวลาไป shopping กะหนุ่ม ๆ แล้วมันไม่เคยได้ดั่งใจ  ถามอะไรไปก็เดินหนี  ให้เลือกอะไรก็เหมือนไม่ได้ตั้งใจเลือก...เขาคนนั้นแหละที่ควรพาไป shopping ด้วยอย่างยิ่ง  แล้วอย่าไปบ้าพลังมากของ brandname เดี๋ยวนี้แทบจะไม่มีใครใช้แล้ว Trend บ้านเราเปลี่ยนทุก ๆ 3 เดือน  วันก่อนเพื่อนที่ทำเสื้อผ้าขายที่ JJ บ่นให้ฟังจนหูเปียกว่าเดี๋ยวนี้ขายของยาก...ของทำออกมาเยอะ  แข่งกันเองจะตั้งราคาสูงก็ไม่ได้เดี๋ยวไม่มีใครซื้อ  แค่เสื้อยืดตัวละ 250  นี่ก็แทบจะไม่มีใครเดินเข้ามาดูในร้านแล้ว  ต้องติดป้าย Sale 100 ทั้งร้าน แบบนี้ตะหากคนถึงจะรุมทึ้งของกันยังกะแจกฟรี...เอาแล้วไงล่ะเสียงผู้ผลิตส่งผ่านมายังผู้บริโภคปากโป้งอย่างเรา  เดี๋ยวนี้ของกิ๊บเก๋ design เจ๋ง ๆ ...หาได้ตามตลาดนัดมีถมถืดไป...ใครที่บ้าพลังติดยี่ห้อ..อนุญาตให้ทั้งเนื้อทั้งตัวแพงสักชิ้นก็ยังพอทน  จะรองเท้าหรือนาฬิกาก็เอาสักอย่างยุคนี้ Street Ware กำลังมา...เป็นบุญคุ้มหัวนักแต่งตัวทั้งหลายที่ไม่ต้องไปแห่ซื้อของ Brandname แบบเมื่อก่อน 

 

สำหรับใคร ๆ ที่บ้าพลังซื้อ CD หรือDVDแล้วล่ะก็...เชิญที่ Fortune ชั้น 3 เลือกได้ตามใจแผ่นก๊อบแผ่นผี....เดี๋ยวนี้คุณธรรมมักสวนทางกับเงินในกระเป๋าของดีมีลิขสิทธิ์มันจะขายไม่ได้ก็เพราะคนอย่างเรานี่แหละ....ช่วยชาติแต่ไม่ช่วยเงินในกระเป๋า...หยุดคิดสักครู่แล้วจะได้คำตอบว่า ไม่เป็นไร...ฉันไม่ใช่คนดีขนาดนั้น...แล้วก็ซื้อซะ ส่วนเพลงไปหา load ฟรี ๆ ได้ตาม internet อย่างwww.limewire.com  เพลงไหนหาไม่เจอไปหาได้ในนั้น  แถมเดี๋ยวนี้ internet มีประโยชน์อยากอ่านอะไรอยากดูอะไร...แหกตาดูได้ไม่ต้องถ่อออกบ้านไปเสียตังค์    

 

ใครจะออกไปไหนหัดวางแผนซะก่อนว่าเดินทางไปทิศไหนมันคุ้มกันรึเปล่าหัดเดินทางด้วย Public Transport ซะบ้าง  รวดเร็วประหยัดพลังงานดีแท้  ใครที่มีรถส่วนตัวจะมองเห็นจุดคุ้มทุนยากสักหน่อย  แต่อย่างฉันไม่มีรถส่วนตัว...จะไปไหนที  การวางแผนการเดินทางนั้นมีประโยชน์จริง ๆ  ถ้าไม่ใช่การเดินทางเพื่อธุระล่ะก็  อย่าเอาใจอยากเป็นที่ตั้งให้เอาสถานที่ที่จะไปเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางจะดีที่สุด

 

คนเรามักหมดไปกับการกินโดยไม่รู้ตัว  ฉันคนหนึ่งล่ะที่ยอมจำนนจริง ๆ กะเรื่องกินที่ห้ามใจไม่ค่อยจะได้....อย่างที่ฉันเคยบอกไปแล้วว่าว่าฉันจะจดทุกอย่างที่กินเข้าไปว่าอร่อยคุ่มค่าสารอาหารและเงินในกระเป๋ารึเปล่า    บางครั้งฉันเลือกซื้อผลไม้หรือขนมที่หั่นเป็นชิ้น ๆ เพื่อแบ่งให้คนโน้นคนนี้ทานได้หลาย ๆ คน มันทำให้ไม่รู้สึกผิดว่าการประหยัดต้องรัดเข็มขัดไปเสียทุกอย่าง  อย่างน้อยการรัดเข็มขัดก็ทำให้เราได้รู้จักการ Give&Take ไม่ใช่เรื่องของคำว่า งกหรอกนะจ๊ะ  เข้าสู่ยุครัดเข็มขัดเช่นนี้  สงสัยว่าสาว ๆ คงต้องหันมาหัดทำอาหารทานเองซะบ้างแล้วล่ะ  ไม่ต้องเปรียบเทียบอะไรมากก็เห็นอยู่ชัด ๆ แล้วว่าทำทานเองประหยัดกว่าเป็นไหน ๆ ว่าแต่รสชาติจะเป็นยังไงก็ต้องลองทำกันดู...อย่างฉันเป็นพวกทำอาหารไม่เป็นยังหาทางออกไม่ได้ซักทีว่าจะเริ่มต้นจากอะไรดี  ตอนนี้พยายามหาน้ำพริกมาแล้วเอาผักมานึ่งใน Microwave  ก็เป็นรสชาติแบบบ้าน ๆ เบา ๆ ดีเหมือนกัน   นอกจากอุ่นและต้มแล้ว...ชาตินี้ฉันต้องหาให้ได้ว่าMicrowave ทำอะไรได้อีกบ้าง....

 

เมื่อก่อนฉันกับเพื่อน ๆ เคยเล่นเกมส์เหมือนรายการTV ของญี่ปุ่นรายการหนึ่งชื่อ ชีวิตสุดประหยัดที่กำหนดให้ดำรงชีวิต 1 เดือนด้วยเงิน 8,000 บาท  เล่นแล้วสนุกชะมัด  ประหยัด  เงินเหลือ  แถมผอมอีกตะหาก  ใครอยากขุดเกมส์นี้ขึ้นมาเล่นอีกก็ดีเหมือนกันนะ...แต่ต้องเล่นหลายๆ คนแล้วก็เขียนลงบัญชีไว้ว่าไปทำอะไรมา